Continuing from last post...

แต่เพียงแค่รู้ว่า “ทำไม” อาจจะยังไม่พอที่จะทำให้เกิดความสม่ำเสมอในการทำงานในระยะยาวได้ (คำว่า “ระยะยาว” ของผมนี้ ผมกำลังพูดถึงระยะเวลา “ครึ่งปี” เป็นอย่างน้อยนะครับ ไม่ใช่ 2 สัปดาห์) 

ผมชอบมองการทำงานว่าเปรียบเสมือนกับกองไฟที่กำลังลุกอยู่ ขั้นตอนแรกของเรา (การค้นหาว่าเราทำสิ่งที่เราไปทำไม) เปรียบเสมือนการจุดไฟให้ติดขึ้นมา แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรต่อ อีกไม่นาน ฟืนของเราก็จะหมดและทำให้กองไฟของเราดับลงในที่สุด

ฉะนั้น ขั้นตอนที่สอง (ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องทำไปเรื่อยๆจนกว่าสิ่งที่เราทำจะประสบผลสำเร็จตามที่ต้องการ) ที่เราต้องทำหลังจากที่เราค้นพบ “ทำไม” ของเราแล้ว (จุดไฟติดแล้ว) ก็คือ เราต้องคอยย้ำเตือนตัวเองให้เรารู้อยู่ตลอดเวลาว่า “ทำไม” เราถึงต้องทำสิ่งที่เราทำ (เปรียบเสมือนการคอยเติมฟืนเข้าไปในกองไฟ) 

กระดาษ Post-it เป็นอุปกรณ์ในการเติมฟืนที่มีประสิทธิภาพมาก เราสามารถเขียนข้อความสั้นๆให้กำลังใจตัวเองหรือเตือนให้เรารู้ว่าเรากำลังทำสิ่งที่เราทำอยู่ไปทำไมและแปะ Post-it เหล่านี้ไว้ทั่วบ้านหรือสำนักงานได้ (ถ้าคนอื่นเขาไม่ว่านะครับ)

อย่าดูถูก “เศษกระดาษ” พวกนี้เป็นอันขาดนะครับ

ในปี 1990 Jim Carrey (ดาราตลกชื่อดังระดับโลก) ซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงแค่นักแสดงนอกสายตาคนหนึ่งในวงการภาพยนตร์ ตัดสินใจหยิบเช็คใบหนึ่งออกมาเขียน เขาเขียนจำนวนตัวเลขไว้ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และลงวันที่ไว้ในวันขอบคุณพระเจ้าปี 1995

จากนั้น Jim Carrey ก็แทบจะลืมเช็คใบนั้นไปเลย เขาไม่ได้หยิบมันออกมาดูอีกเลย (อันที่จริง กว่าเขาจะหยิบมันออกมาดูอีกที เช็คใบนั้นก็แทบจะเหลือสภาพเป็นกระดาษแล้วด้วยซ้ำ) จนกระทั่งก่อนวันขอบคุณพระเจ้าปี 1995 เพียงไม่กี่วัน เขาก็ได้รับบทในภาพยนตร์ Dumb and Dumber

ค่าตอบแทนที่เขาได้รับจากภาพยนตร์เรื่องนี้คือ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

หลายๆคนอาจจะมองเรื่องนี้ว่าเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ แต่อย่าลืมนะครับว่าความคิดของคนเรามีลักษณะเช่นเดียวกันกับวัตถุต่างๆในโลกอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ความคิดมีแรงดึงดูด

Jim Carrey ต้องการที่จะเป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จ เขาคิดถึงมันอยู่เรื่อยๆ ความคิดของเขาจึงดึงดูดให้สิ่งดีๆต่างๆเข้ามาหาเขาและทำให้ความต้องการของเขาเป็นจริง

นอกเหนือจาก Jim Carrey แล้ว ผู้เข้าร่วมการสัมมนาของ Brian Tracy (กูรูด้านการพัฒนาตนเองระดับโลก) ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าความคิดมีแรงดึงดูดจริงๆ

ในการสัมมนาครั้งนั้น Brian Tracy ได้ขอให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนาทุกคนเขียนความปรารถนาของตัวเองลงในกระดาษให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้ (บางคนต้องใช้กระดาษเกือบ 10 หน้า!)

หลังจากนั้นไปประมาณ 10 ปี Brian Tracy ได้ตามดูความก้าวหน้าของผู้เข้าร่วมสัมมนาของเขาในวันนั้น Mr.Tracy ค้นพบว่าคนส่วนใหญ่ที่เขียนความปรารถนาของตัวเองลงไปในกระดาษสามารถทำให้ความฝันของตัวเองกลายเป็นความจริงขึ้นมาได้อย่างสบายๆ แม้ว่าพวกเขาส่วนใหญ่จะไม่เคยหยิบเอากระดาษแผ่นนั้นมาดูเลยก็ตาม

กรณีของ Jim Carrey และผู้เข้าร่วมสัมมนากับ Brian Tracy เป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันพลังของ “เศษกระดาษ” เหล่านั้นอย่างชัดเจน

ขนาดพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้รับการย้ำเตือนทุกวัน (ด้วยการนำเอา “เศษกระดาษ” ของพวกเขามาดู) พลังของแรงดึงดูดที่เกิดขึ้นจากการเขียนความฝันของตัวเองลงไปในกระดาษเพียงครั้งเดียวยังส่งผลให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายของพวกเขาได้

แล้วคุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากคุณหมั่น “เติมฟืน” ด้วยการเขียนข้อความให้กำลังใจ/ความปรารถนาของคุณลงใน Post-it ของคุณและแปะพวกมันไว้ในสถานที่ที่คุณจะได้เห็นพวกมันทุกที่และทุกเวลา?
 
 

Comment

Comment:

Tweet

big smile เห็นด้วย

#1 By ลมหาว (202.28.118.123|202.28.118.123) on 2014-10-12 00:01