เวลาที่เราต้องแก้ไขปัญหาอะไรสักอย่าง
เราถูกสอนมาว่าเราต้องแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ต้นเหตุ...ไม่ใช่ที่ปลายเหตุ
อย่างไรก็ตาม หากเรามัวแต่จำกัดมุมมองของตัวเองแบบนี้
เราก็อาจจะพลาดแนวทางแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุที่ทั้งง่ายและได้ผลก็ได้
 
เมื่อหลายสิบปีก่อน New York เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยปัญหาอาชญากรรม
ใครก็ตามที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ต้นเหตุคงจะ focus ไปที่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นหลัก
แต่ Rudy Giuliani ซึ่งเป็น mayor ประจำ New York ในปี 1994-2001 ไม่คิดว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นคำตอบ
จริงอยู่ เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ปัญหาอาชญากรรมก็จะลดลง
แต่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต้องใช้ระยะเวลานานมาก
และที่สำคัญ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นปัจจัยที่ Giuliani ไม่สามารถควบคุมได้
ดังนั้น Giuliani จึงหันไปทุ่มเทเวลาให้กับการทำความสะอาดเมืองแทน 
 
ผมเชื่อตอนนี้ คุณอาจจะกำลังสงสัยว่า
การทำความสะอาดเมืองมันจะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมได้อย่างไร?
ข้างล่างนี้คือคำอธิบายครับ
 
ใน New York ช่วงนั้นมี graffiti (ซึ่งก็คือภาพวาดบนกำแพงในที่สาธารณะที่ถูกสร้างสรรค์โดยเหล่า "ศิลปินมือบอน" นั่นเอง) เกลื่อนมาก
Giuliani เชื่อว่าอาชญากรรมส่วนใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น ณ เวลานั้นเป็นอาชญากรรมที่กระทำโดยอาชญากรมือใหม่ที่ทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว
แรกเริ่มเดิมที คนเหล่านี้ไม่ได้ประสงค์ที่จะก่ออาชญากรรมเพราะกลัวกฎหมายลงโทษ
แต่เมื่อพวกเขาเห็น graffiti ที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง
พวกเขาจึงเริ่มรู้สึกว่าบ้านเมืองกำลังอยู่ในสภาวะไร้กฏไร้ระเบียบ
ใครอยากจะทำอะไรก็ทำได้
ไม่มีใครจับ ไม่มีใครว่า
เมื่อคิดได้ดังนั้น คนเหล่านี้จึงกล้าที่จะตัดสินใจลงมือก่ออาชญากรรม
 
นี่แหละครับคือหลักการและเหตุผลของการต่อสู้ปัญหาอาชญากรรมด้วยการทำความสะอาดเมืองของ Giuliani
เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ลบสีออกจากกำแพง
แต่เขายังต้องการลบความรู้สึกที่ว่า "บ้านเมืองกำลังอยู่ในสภาวะไร้กฏไร้ระเบียบ" ให้ออกจากจิตใจของชาว New York ทุกคนด้วย
 
แน่นอน มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขปัญหาของ Giuliani
แต่ปัญหาอาชญากรรม (ทั้งอาชญากรรมเล็กๆน้อยๆอย่าง graffiti และอาชญากรรมร้ายแรงอย่างการฆ่าข่มขืน) ที่ลดลงอย่างมากในช่วงที่ Giuliani เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็น mayor แห่ง New York เป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาของ Giuliani เป็นแนวทางที่ได้ผลจริง
 
ที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้ไม่ได้ต้องการที่จะบอกว่าการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่ไม่ได้ผลนะครับ
สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อก็คือ ในบางครั้ง การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุก็อาจจะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่ได้ผลไม่แพ้ (หรืออาจจะดีกว่า) การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้
ดังนั้น เวลาเจอปัญหา อย่าจำกัดมุมมองของตนเองด้วยการมัวแต่ focus ไปที่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ :D

Comment

Comment:

Tweet

@anyblue ดีใจครับที่มีคนเห็นว่าสิ่งที่ผมเขียนมีประโยชน์ :D

#6 By thosapit on 2014-01-07 22:10

ใช้แนวคิดมุมมองที่ต่างออกไป ไม่ใช้วิธีรูปแบบเดิม ในการพยามยามแก้ไขจนกลายเป็นเรื้อรัง แล้วใช้วิธีที่แตกต่างจากเดิม
นับว่าเป็นแนวคิดใช้แก้ปัญหาที่เข้าท่ามากค่ะ
กำแพงสะอาด  บ้านเมืองน่าอยู่ขึ้น... surprised smile
พัฒนาจิตใจคน เศรษฐกิจที่ดีก็ตามมาแน่

#1 By yo on 2014-01-06 13:27