ผมถูกสอนมาเสมอว่าชีวิตคนเราต้องมีเป้าหมาย ยิ่งเป้าหมายที่มีอยู่ชัดเจนมากเท่าไหร่ ยิ่งดี
 
บางคนตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องมีเงินล้านให้ได้ภายในอายุ 25 ปี บางคนตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องสามารถพูดภาษาที่สามให้ได้คล่องเหมือนกับเจ้าของภาษาก่อนอายุ 30 ปี บางคนตั้งเป้าหมายว่าจะวิ่งออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน บางคนตั้งเป้าหมายว่าจะเขียนไดอารี่ทุกวันก่อนนอน
 
สิ่งที่ผมกำลังจะเขียนต่อไปนี้อาจจะคัดแย้งกับความรู้สึกของใครหลายๆคนนะครับ (รวมทั้งตัวผมเองในอดีตด้วย)
 
ผมคิดว่าชีวิตคนเราคงจะมีความสุขและประสบความสำเร็จมากกว่านี้ถ้าพวกเราไม่มีเป้าหมาย
 
คุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ ผมไม่เห็นด้วยกับการตั้งเป้าหมายจริงๆ และนี่คือสาเหตุที่ทำให้ผมมองว่าเป้าหมายมีโทษมากกว่าประโยชน์
 
 
 
1) เมื่อไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ คุณจะรู้สึกแย่จนไม่อยากสู้ต่อ
 
สมมติว่าตอนนี้คุณอายุ 15 ปี คุณตั้งเป้าหมายไว้ว่าคุณจะต้องมีเงินล้านให้ได้ก่อนอายุ 25 ปี ถ้าคุณสามารถทำตามเป้าหมายที่คุณวางไว้ได้ คุณก็จะดีใจ แต่ถ้าคุณไม่สามารถทำตามเป้าหมายของคุณได้ล่ะก็ คุณก็จะรู้สึกว่าคุณเป็นคนที่ห่วยแตก ชีวิตของคุณล้มเหลว คุณไม่สมควรที่จะได้รับความสำเร็จ มันจะทำให้คุณไม่กล้าที่จะสู้ต่อไป ทั้งๆที่ในความเป็นจริง การที่คุณไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้นั้นอาจจะไม่ได้เกิดจากปัจจัยอื่นที่ไม่ใช่การไร้ความสามารถของคุณก็ได้
 
2) เป้าหมายที่คุณตั้งไว้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ
 
เป้าหมายคือสิ่งที่ตัวคุณในอดีตตั้งไว้ และเนื่องจากคนเรามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความต้องการของคุณ ณ ตอนนี้อาจจะไม่เหมือนกับความต้องการของคุณในอดีตก็ได้ 
 
สมมติว่าคุณตั้งเป้าหมายตอนที่คุณอายุ 15 ปีไว้ว่าคุณต้องมีเงินล้านให้ได้ก่อนอายุ 25 ปี แต่ถ้าเมื่ออายุของคุณขึ้นเลข 2 คุณเกิดอยากบวชไม่สึกขึ้นมา คุณจะทำอย่างไร? ถ้าคุณเลือกที่จะเดินตามเป้าหมายของการมีเงินล้านต่อไป คุณก็รู้สึกว่าเหมือนชีวิตของคุณกำลังถูกจองจำโดยความต้องการของตัวคุณเองในอดีต ซึ่งอาจจะทำให้คุณรู้สึกโกรธ เกลียด และดูถูกตัวเองโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าคุณเลือกที่จะบวช คุณก็จะมองตัวคุณเองว่าเป็นคนโลเลที่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่างและมันจะทำให้คุณเริ่มสงสัยว่าคนโลเลแบบนี้จะประสบความสำเร็จทางธรรมได้หรือ?
 
สรุปก็คือไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน มันก็จะมีแต่เจ๊งกับเจ๊งเท่านั้น
 
 
 
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ผมไม่นิยมชมชอบการตั้งเป้าหมายในชีวิต แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมจะสนับสนุนการใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อยไร้แก่นสารนะครับ แม้ว่าชีวิตของคุณจะไม่มีเป้าหมาย แต่คุณก็จะยังสามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าได้
 
แล้วชีวิตที่ไม่มีเป้าหมายจะมีคุณค่าได้อย่างไร? คำตอบคือคุณจะต้องสร้างกฎเหล็กขึ้นมาชุดหนึ่งที่คุณพร้อมจะยึดมั่นเป็นหลักในการดำเนินชีวิตตลอดเวลาที่เหลืออยู่ของคุณ กฎเหล็กเหล่านี้ไม่ใช่เป้าหมายของคุณ พวกมันไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงอะไรมากมายเพื่อให้มีความยืดหยุ่น เช่น แทนที่คุณจะตั้งกฎเหล็กของคุณว่า "ฉันจะต้องมีเงินล้านให้ได้ก่อนอายุ 25 ปี" กฎเหล็กของคุณอาจจะเป็น "ฉันจะขยันทำงาน" เป็นต้น
 
ถ้าเราสังเกตดูดีๆ เราจะเห็นได้ว่ากฎเหล็กเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามอยู่แล้วในแต่ละวัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้ากฎเหล็กข้อหนึ่งของคุณคือ "ฉันจะช่วยเหลือผู้อื่น" ล่ะก็ เพียงแค่คุณหยิบของส่งให้เพื่อนของคุณ นั่นก็เท่ากับว่าคุณได้ช่วยเหลือผู้อื่นแล้ว หรือถ้ากฎเหล็กข้อหนึ่งของคุณคือ "ฉันจะดูแลสุขภาพตัวเอง" ล่ะก็ เพียงแค่คุณทานผักชีนิดหน่อย ก็เท่ากับว่าคุณได้ดูแลสุขภาพของคุณแล้ว
 
คุณจะได้เห็นว่าเพียงแค่บัญญัติกฎเหล็กขึ้นมาเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตของคุณ Active เท่าไหร่นัก สิ่งทีจะำทำให้ชีวิตของคุณ Active ขึ้นมาได้ก็คือ ทุกๆวัน ก่อนที่คุณจะล้มตัวลงนอน ขอให้คุณหยิบไดอารี่ประจำวันของคุณขึ้นมาอ่านดู (ผมแนะนำให้คุณเขียนไดอารี่ทุกวันนะครับ) จากนั้น ลองประเมินดูนะครับว่าวันนี้ การกระทำของคุณในวันนี้สอดคล้องกับกฎเหล็กของคุณมากหรือน้อย? ถ้ามากก็โอเค (อย่าลืมชมตัวเองด้วยนะครับ...ข้อนี้สำคัญมาก) แต่ถ้าน้อยล่ะก็ คุณคงต้องคิดเสียหน่อยครับว่าคุณต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้การกระทำของคุณมีความสอดคล้องกับกฎเหล็กของคุณมากขึ้น (ถ้าจะให้ดี แค่ 'คิด' อย่างเดียวคงไม่พอนะครับ คุณต้อง 'เขียน' มันลงไปในไดอารี่ของคุณด้วย) 
 
ถ้าคุณทำอย่างนี้ได้ทุกวันล่ะก็ ผมมั่นใจเลยครับว่าแม้คุณจะเป็นคนที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิต แต่ชีวิตของคุณก็จะเป็นชีวิตที่มีคุณค่าได้ไม่ยากเลยครับ

Comment

Comment:

Tweet

open-mounthed smile big smile

#2 By (27.55.162.242|27.55.162.242) on 2015-05-08 00:33

อ่านแล้วก็ยังรู้สึก ย้อนแย้งในตัวเองนะครับ

#1 By พุต เดชอุดม (125.25.27.226) on 2013-11-01 10:02