จงอย่ายึดมั่นในความดี

posted on 24 Oct 2012 16:14 by thosapit

ผมเคยคิดมาตลอดว่าศาสนาพุทธสอนให้ยึดมั่นในความดี

 

แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมค้นพบว่าความคิดดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ศาสนาพุทธสอนไม่ให้ยึดมั่นในอะไรเลย…แม้กระทั่งความดี ก็ควรจะไปยึดมั่น

 

ทำไมเราจึงไม่ควรยึดมั่นในความดี? เหตุผลมีอยู่อย่างน้อย 2 ข้อด้วยกัน เหตุผลข้อแรก การยึดมั่นในอะไรก็ตาม (ไม่ใช่เฉพาะความดีเท่านั้น) ก่อให้เกิดความทุกข์ เหตุผลข้อที่สอง การยึดมั่นในความดีมากเกินไปสามารถทำให้เราเผลอทำความชั่วได้โดยไม่รู้ตัว

 

เพื่อให้เห็นภาพ ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้นะครับ

 

สมมติว่าผมได้รับหน้าที่ให้ทำความสะอาดบ้าน และผมตั้งใจในการกวาดบ้านถูบ้านเป็นอย่างดี (กล่าวคือ ผมตั้งใจทำความดีนั่นเอง) แน่นอนว่าบ้านของผมจะต้องสะอาด

 

อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้ที่บ้านจะสะอาด 100% ตลอดเวลา เพราะทุกครั้งที่มีคนเดินเข้าไปในบ้าน ขี้ฝุ่นจากข้างนอกก็จะติดเท้าของคนๆนั้นเข้ามาในบ้านทันที หรือทุกครั้งที่เปิดประตูหน้าต่าง ลมก็จะพัดเอาขี้ฝุ่นจากข้างนอกบ้านเข้ามาในบ้านเรียบร้อยแล้ว

 

ถ้าผมยึดมั่นในความสะอาดล่ะก็ ผมก็คงจะไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่นเลย นอกจากกวาดบ้านถูบ้านอย่างเดียว ซึ่งการที่ผมเอาแต่กวาดบ้านถูบ้านนี้ก็จะทำให้ผมละเลยงานบ้านอื่นๆมากมาย เช่น ล้านจาน รีดผ้า เป็นต้น

 

ไปๆมาๆ การที่ผมยึดมั่นในความสะอาดของบ้าน แทนที่มันจะทำให้บ้านของผมสะอาด มันกลับทำให้บ้านของผมสกปรกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก (เพราะมัวแต่กวาดบ้านถูบ้านอย่างเดียว ผ้าที่ยังไม่ได้ตากกับจานที่ยังไม่ได้ล้างก็เลยส่งกลิ่นเหม็นเน่าใหญ่)

 

เมื่อเห็นบ้านสกปรกยิ่งกว่าเดิม ผมก็จะรู้สึกเครียดทันที (นี่แสดงให้เห็นถึงเหตุผลข้อแรกที่ทำให้เราไม่ควรยึดมั่นในความดี: การยึดมั่นในความดีทำให้เกิดทุกข์) พอเครียดมากๆเข้า ผมก็อาจจะพาลหงุดหงิดตะคอกใส่สมาชิกภายในบ้าน (ซึ่งก็คือ พ่อ แม่…และสุนัข) ที่เป็นตัวการในการนำเอาขี้ฝุ่นเข้ามาในบ้าน (นี่แสดงให้เห็นถึงเหตุผลข้อที่สองที่ทำให้เราไม่ควรยึดมั่นในความดี: การยึดมั่นในความดีทำให้เผลอทำชั่ว)

 

ในสถานการณ์เช่นนี้ ผมควรจะทำอย่างไรดี? ขั้นแรก ผมต้องยอมรับให้ได้ก่อนว่า ต่อให้ผมจะกวาดบ้านถูบ้านเยอะขนาดไหน บ้านของผมก็ไม่มีทางสะอาด 100% ได้ ขั้นที่สอง ผมก็จะลงมือกวาดบ้านถูบ้านอย่างเต็มที่ (ไม่ใช่พอรู้ว่าบ้านไม่มีทางสะอาด 100% แล้วจะทำให้ผมไม่ทำอะไรนะครับ…ถ้าขืนทำอย่างนั้น บ้านของผมคงจะสกปรกมากจนแม้กระทั่งแมลงสาบก็ยังไม่สามารถอยู่ได้แหงๆ) ขั้นที่สาม หลังจากที่ทำการกวาดบ้านถูบ้านเสร็จ ถ้าขี้ฝุ่นไม่ได้เพิ่มเข้ามาในบ้านมากมายนัก ผมก็จะไม่ทำอะไรกับมัน แต่จะเอาเวลาที่เหลืออยู่ไปทำงานบ้านอื่นๆ เช่น ล้างจาน รีดผ้า เป็นต้น ให้เสร็จ ส่วนพวกขี้ฝุ่นเหล่านั้น เดี๋ยวค่อยมาเจอกันอีกทีพรุ่งนี้

 

ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า เมื่อมีความยึดมั่น (ในการทำงานให้ดี) คนก็ไม่สำราญ งานก็ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม หากเราปล่อยความยึดมั่นนั้นเสีย คนก็สำราญ งานก็สำเร็จ

Comment

Comment:

Tweet

#4 By (180.183.22.43|180.183.22.43) on 2015-09-16 21:01

ุี
ีำะีopen-mounthed smile confused smile angry smile

#2 By (118.172.214.163|118.172.214.163) on 2015-08-17 14:30

ุี
ีำะีopen-mounthed smile confused smile angry smile

#3 By (118.172.214.163|118.172.214.163) on 2015-08-17 14:30

ใช่แล้วค่ะ  เห็นด้วยค่ะ  เมื่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสร็จแล้วดีแล้ว ก็ควรวางใจถอนใจไปจากสิ่งนั้นได้ ไม่ควรทีจะไปย้ำคิดย้ำทำหรือหมกมุ่นอยู่กับสิ่งนั้น

#1 By bangsai (103.7.57.18|125.26.174.179) on 2012-10-24 16:45